เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชนได้จัดกิจกรรมคืนข้อมูลชุมชนและฉายสารคดีงานวิจัย FPAR หรือ “การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ เพื่อพัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBQT+)” ณ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งภายในกิจกรรมได้แบ่งเป็น 2 ช่วงสำคัญ คือ รับชมสารคดีงานวิจัย FPAR และพื้นที่แบ่งปัน แลกเปลี่ยน และรับฟังกันอย่างปลอดภัย ผู้เข้าร่วมจากชุมชนบ้านแม่สามแลบได้ร่วมกันสะท้อนการเรียนรู้และบทเรียนจากงานวิจัย FPAR รวมถึงเรียนรู้บริบทและสภาพปัญหาจากชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง และเชื่อมโยงกับประสบการณ์ชีวิต พร้อมเปิดพื้นที่พูดถึงสถานการณ์ปัญหา และร่วมเสนอทางออกที่อยากขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาความเป็นธรรมต่อทุกคน โดยเฉพาะชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง และชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองไร้สัญชาติ #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน #FPAR #developmentjustice
วันนี้ทีม Sangsan Anakot Yawachon พร้อมหน้าพร้อมตามาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้กับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 รายวิชา สค.231 การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์กับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ในหัวข้อ “แนวคิดและปฏิบัติการเฟมินิสต์: จัดการศึกษา เฟมินิสต์ สิทธิมนุษยชน และสิทธิทางดิจิตอล เพื่อการพัฒนาความเป็นธรรมทางเพศและทางสังคม ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม” จบด้วยการฉายสารคดี “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม ด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ - LBQT+” กระบวนการเรียนรู้ในครั้งนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดีผู้เรียนรู้และทีมกระบวนกรได้ได้เติมเต็มทั้งแนวคิด เติมไฟ เติมความหวัง ในวันที่โลกเปลี่ยนไวไม่เหมือนเดิม แต่เรายังหยัดยืนและท้าทาย ขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม อาจารย์ประจำวิชา ผู้ช่วยศาสตราจารย์อารีรัตน์ อดิศัยเดชรินทร์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและการศึกษา ศูนย์ลำปาง ปฏิบัติราชการแทนคณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ โดยเฉพาะอ. Karuna Jaisai ที่เปิดโอกาสให้มูลนิธิฯ ได้มีโอกาสบรรยายพิเศษในครั้งนี้ค่ะ #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน #Humanrights #Feminist #developmentjustice
You are invited โปรดเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์และสื่อสารสาธารณะ “พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ ความเป็นธรรมทางเพศและสิทธิหลากหลายทางเพศ (LGBTIQAN+) : บทเรียนจากชุมชนเผ่าพื้นเมือง ลุ่มแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำยวม” จัดขึ้นพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุมคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ชั้น 4 อาคารคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดโดย มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน และภาคีเครือข่ายชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง 1) บ้านหนองคริซูใน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ 2) บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอนและ 3) บ้านแม่อมกิ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ร่วมกับ 4) Greenpeace Thailand/กรีนพีซ ประเทศไทย 5) V-Day Thailand 6) LBT Wellbeing/ HON HOUSE - เครือข่ายสุขภาพและโอกาส 7) โฮโมเฮ้าส์: เทศกาลศิลปะการแสดงเพื่อความหลากหลาย/ H0M0HAUS 7)เดย์เดม Day/DM Cafe และ 9) tusocant/คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนับสนุนจาก Foundation for a Just Society และ V-Day กำหนดการกิจกรรม 13:00 - 14:30 ชมสารคดี “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม ด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBQT+)” 14:30 - 16:30 น. ร่วมเวทีเสวนา “พัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ ความเป็นธรรมทางเพศและสิทธิหลากหลายทางเพศ(LGBTIQAN+) : บทเรียนจากชุมชนเผ่าพื้นเมือง ลุ่มน้ำสาละวินและน้ำยวม” ผู้ร่วมเสวนา: • ดร.มะเมียะเส่ง สิริวลัย — นักวิจัย FPAR & แกนนำเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง บ้านแม่สามแลบ จ.แม่ฮ่องสอน • ดาวรุ่ง เวียงวิชชา — นักวิจัย FPAR & แกนนำเยาวชน บ้านแม่อมกิ จ.ตาก • ปภาวดี กองสูงเนิน — นักวิจัย FPAR & แกนนำเยาวชน บ้านหนองคริซูใน จ.เชียงใหม่ • มนูญ วงษ์มะเซาะห์ — นักรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงาน Greenpeace Thailand • ภัสริน รามวงศ์ — ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดำเนินรายการ • มัจฉา พรอินทร์ — ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน
มาร่วมคิดและเดินทางสร้างความเข้าใจใหม่ด้วยกัน สู่เรื่องจริงของแนวกันไฟป่า กับ ...... "แนวกันไฟป่าภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมือง" ทุกปี เมื่อหมอกควันปกคลุมเมือง เมื่อค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงขึ้น เสียงกล่าวหาก็มักจะเกิดขึ้นเสมอ และชนเผ่าพื้นเมือง มักตกเป็นจำเลยของเรื่องนี้ แต่คำถามที่สำคัญ คือ “คนที่อยู่กับป่ามาอย่างยาวนานที่สุด คือ คนที่เป็นสาเหตุของ P.M 2.5 จริงหรือ?” เราอยากให้สังคมเห็นภาพความจริงเหล่านี้ ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองหลายหมู่บ้าน กำลังทำงานบางอย่างอยู่ในป่า พวกเขากำลังสร้าง “แนวกันไฟป่า” นี่เป็นกิจกรรมของชุมชนที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน ผู้หญิง เด็ก และคนในชุมชน ช่วยกันคนละไม้ละมือ เก็บกวาดใบไม้ กิ่งไม้ และเชื้อเพลิงแห้งออกเพื่อทำแนวป้องกันไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลาม นี่คือหนึ่งในภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา จากรุ่นสู่รุ่น สำหรับชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง การดูแลป่าไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่มันคือวิถีชีวิต เพราะป่า ไม่ใช่เพียงทรัพยากร แต่คือบ้าน คืออาหาร คือวัฒนธรรม และคือชีวิตของผู้คน แต่เมื่อปัญหา PM2.5 เกิดขึ้น ชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง กลับกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทั้งที่ในความเป็นจริง พวกเขาคือหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่ลุกขึ้นมาปกป้องผืนป่า ทำงานอย่างเงียบงันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงของไฟป่า ก่อนจะกล่าวโทษใคร บางทีเราอาจต้องเริ่ม จากการตั้งคำถามใหม่ เพราะคนที่อยู่กับป่ามานานที่สุด อาจไม่ใช่ผู้ทำลาย แต่คือ ผู้ปกป้องผืนป่า ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ดูแลมันมา จากรุ่น…สู่รุ่น ชนเผ่าพื้นเมืองไม่ใช่สาเหตุของปัญหา PM 2.5 แต่คือผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ และเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไข เพราะเราปกป้องผืนป่า แม่น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และอากาศ สำหรับชุมชนของเราและทุกคน แบบที่บรรพบุรุษของเราสอนมา #แนวกันไฟป่าภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมือง #ชนเผ่าพื้นเมือง #sangsananakotyawachon #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน
“เพราะ น้ำคือชีวิต: ปฏิบัติการเฟมินิสต์จากลุ่มน้ำสาละวินและโขง–ชี–มูล” มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน / Sangsan Anakot Yawachon ร่วมกับ เฟมินิสต์โขงชีมูน-เฟมปลาแดก บ้านโฮมแสนสุข และสภาริมรางขอนแก่น สนับสนุนโดย Foundation for a Just Society จัดฉายสารคดี “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดย ใช้แนวคิดเฟมินิสต์ เพื่อพัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBTQ)” แล้วได้มีการ เสวนา “เพราะน้ำคือชีวิต: การใช้แนวคิดและปฏิบัติการแบบเฟมินิสต์ในการสร้างความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ” โดยมีผู้อำนวยการพูดคุย คือ มัจฉา พรอินทร์ ลาวเลสเบี้ยน เฟมิสนิสต์ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและนักวิ่งเทรล ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน และมีผู้ร่วมเสวนา คือ มะเมียะเส่ง สิริวลัย เฟมินิสต์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน แกนนำเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง และนักวิจัย FPAR ผู้ประสานงานประจำโปรแกรมการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ เฟมินิสต์ที่ขับเคลื่อนประเด็นประชาธิปไตย และความเป็นธรรมทางเพศ เฟมินิสต์ปลาแดก ณัฐวุฒิ กรมภักดี นักพัฒนา/นักเคลื่อนไหวทางสังคม ทำงานร่วมกับกลุ่มผู้หญิง-คนชายขอบ ชุมชนคนจนคนไร้บ้าน เพื่อต่อสู้รับมือกับปัญหาสิ่งเเวดล้อมทรัพยากรที่เปลี่ยนเเปลง ความไม่เป็นธรรม บ้านโฮมแสนสุข และสภาริมรางเมืองขอนแก่น โปรดรับชมบันทึกเวทีเสวนานี้และแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง ขอบคุณค่ะ #FPAR #sangsananakotyawachon #enviromentaljustice #มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน
ขอเชิญร่วมกิจกรรม “เพราะ น้ำคือชีวิต: ปฏิบัติการเฟมินิสต์จากลุ่มน้ำสาละวินและโขง–ชี–มูล” มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน / Sangsan Anakot Yawachon ร่วมกับ เฟมินิสต์โขงชีมูน-เฟมปลาแดก บ้านโฮมแสนสุข และสภาริมรางขอนแก่น สนับสนุนโดย Foundation for a Just Society จัด ณ บ้านโฮมแสนสุข จังหวัดขอนแก่น วันที่ 19 มีนาคม 2569 13:00 - 14:00 น. ชมสารคดี “วิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดย ใช้แนวคิดเฟมินิสต์ เพื่อพัฒนาความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองและผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBTQ)” 14:00 - 16:00 น. เสวนา “เพราะน้ำคือชีวิต: การใช้แนวคิดและปฏิบัติการแบบเฟมินิสต์ในการสร้างความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อมด้านน้ำ” ผู้ร่วมเสวนา: มัจฉา พรอินทร์ ลาวเลสเบี้ยน เฟมิสนิสต์ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและนักวิ่งเทรล ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน มะเมียะเส่ง สิริวลัย เฟมินิสต์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน แกนนำเยาวชนชนเผ่าพื้นเมือง และนักวิจัย FPAR ผู้ประสานงานประจำโปรแกรมการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้แนวคิดเฟมินิสต์ มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ เฟมินิสต์ที่ขับเคลื่อนประเด็นประชาธิปไตย และความเป็นธรรมทางเพศ เฟมินิสต์ปลาแดก ณัฐวุฒิ กรมภักดี นักพัฒนา/นักเคลื่อนไหวทางสังคม ทำงานร่วมกับกลุ่มผู้หญิง-คนชายขอบ ชุมชนคนจนคนไร้บ้าน เพื่อต่อสู้รับมือกับปัญหาสิ่งเเวดล้อมทรัพยากรที่เปลี่ยนเเปลง ความไม่เป็นธรรม บ้านโฮมแสนสุข และสภาริมรางเมืองขอนแก่น
International Women’s Day 2026: Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future https://youtu.be/asc5jnWmzdM Tak, Thailand — On March 8, 2026, within the ancestral territories of Mae Omki Village, the footsteps of women, children, and Indigenous women with diverse SOGIESC or LBQT+ echoed across the forest. Our collective movement served as a declaration: we are rising for self-determination and autonomy over our bodies, our Earth, and our future. The Sangsan Anakot Yawachon Foundation, LBQT+ Indigenous trail runners, Chiang Mai Frontrunners, and V-Day Thailand, in collaboration with Indigenous youth leaders and local administrative and health partners, organized ‘International Women’s Day 2026: Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future.’ Supported by Foundation for a Just Society, Partners Asia, and V-Day, the event established a safe space for Indigenous women, children, and LBQT+ to claim our roles in shaping our futures and the world we inhabit. READ MORE: https://www.facebook.com/share/p/16j1t3Xbjr/ Gender & Social Justice: Opposing patriarchy and promoting the inclusion of LGBTIQA+ people. Solidarity: The struggle for Indigenous rights is inseparable from environme
วันผู้หญิงสากล 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางขุนเขา ป่าไม้ และผืนดินที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง ณ บ้านแม่อมกิ ตำบลแม่วะหลวง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เสียงก้าวเท้าของผู้หญิง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ ได้ก้องกังวานไปทั่วผืนป่า ราวกับเป็นเสียงประกาศต่อโลกว่า พวกเธอกำลังลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อ ร่างกาย โลก และอนาคตของตนเอง มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน Sangsan Anakot Yawachon ร่วมกับ ทีมนักวิ่งและนักเดินชนเผ่าพื้นเมืองที่มีความหลากหลายทางเพศ ทีมเชียงใหม่ ฟร้อนรันเนอร์ / Chiang Mai Frontrunners และ V-Day Thailand ได้จับมือกับ แกนนำเยาวชนผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง ชุมชนบ้านแม่อมกิ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่วะหลวง โรงเรียนบ้านแม่อมกิ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่วะหลวง โดยการสนับสนุนจาก Foundation for a Just Society , Partners Asia และ V-Day จัดงาน เทศกาลวันผู้หญิงสากล ประจำปี 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา หรือ International Women’s Day 2026: Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future” งานครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองวันผู้หญิงสากล หากแต่เป็นการสร้าง พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) เพื่อเสริมพลังให้ ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBQT+) ได้ลุกขึ้นมามีบทบาทในการกำหนดอนาคตของตนเอง ของชุมชน และของโลกที่พวกเธอดำรงอยู่ ทุกก้าวที่วิ่ง คือ การประกาศอธิปไตยเหนือเนื้อตัวร่างกาย อัตลักษณ์ ตัวตน และเพศสภาพของตนเอง พร้อมกันนั้น ยังเป็นการประกาศเจตจำนงในการปกป้อง ผืนดิน แม่น้ำ ป่าไม้ และอนาคตของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง ที่สืบทอดและหยั่งรากลึกมาหลายชั่วอายุคน อ่านต่อ... Links: https://www.facebook.com/share/p/173oNATj3F/
วันผู้หญิงสากล 2569: ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา ท่ามกลางภูเขา ป่าไม้ และลำน้ำของ บ้านแม่อมกิ ตำบลแม่วะหลวง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เช้าวันที่ 8 มีนาคม 2569 เนื่องในวันผู้หญิงสากล (International Women’s Day) ได้มีคำประกาศที่ทรงพลัง “Rise for Our Bodies, Our Earth, and Our Future – ลุกขึ้นเพื่อร่างกาย โลก และอนาคตของเรา” กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นโดย มูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน (Sangsan Anakot Yawachon Foundation), Chiang Mai Frontrunners และ V-Day Thailand ร่วมกับ แกนนำเยาวชนผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองบ้านแม่อมกิ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่วะหลวง โรงเรียนบ้านแม่อมกิ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่วะหลวง โดยการสนับสนุนจาก Foundation for a Just Society, Partners Asia และ V-Day เป้าหมายสำคัญของงานคือการสร้าง พื้นที่ปลอดภัย (safe space) เพื่อเสริมพลังให้ ผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBQT+) ได้ลุกขึ้นมามีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง ชุมชน และโลกที่พวกเธออาศัยอยู่ ทุกก้าวที่วิ่ง เพื่อสิทธิบนร่างกาย และผืนดินและอนาคต กิจกรรมเริ่มต้นด้วย The Village Trail 2nd Edition: Rise for Our Bodies, Our Earth and Our Future การวิ่งเทรลในชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองที่จัดขึ้น โดยและเพื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมือง เด็ก และผู้หญิงที่มีความหลากหลายทางเพศ (LBQT+) มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ที่ออกวิ่งไปตามเส้นทางธรรมชาติของชุมชน ผ่านภูเขา ลำห้วย และผืนป่าที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของผู้คนมาหลายชั่วอายุคน การวิ่งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการวิ่งเทรล แต่คือ การเคลื่อนไหวทางสังคม ที่เชื่อมโยงร่างกายของผู้หญิงกับผืนดินที่พวกเธอปกป้อง เป็นการประกาศว่าร่างกายของผู้หญิง สิทธิของผู้หญิง และโลกใบนี้ ไม่ควรถูกควบคุม กดทับ หรือถูกทำลาย The Village Trail จึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญของการสร้างขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยใช้การวิ่งเป็นเครื่องมือสื่อสารเรื่อง สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ร่างกาย ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม และการกำหนดอนาคตตนเองของชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง เมื่อผู้หญิงชนเผ่าพื้นเมืองลุกขึ้นพาร่างกายและจิตวิญญาณของตน วิ่งไปบนผืนดิน ภูเขา ป่าไม้ และสายน้ำของบรรพชน พร้อมกับการดูแลกันและกัน เส้นทางนั้นจึงไม่ใช่เพียงเส้นทางของการวิ่งเทรล แต่คือเส้นทางของการทวงคืนศักดิ์ศรี เสรีภาพ และอนาคตที่เป็นธรรมต่อทุกคน เขียนโดย Matcha Phornin @ravina_senaa ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิสร้างสรรค์อนาคตเยาวชน #IWD2026